ย่านเก๋า…วัฒนธรรมเก่า

วันเดียวเที่ยวจบ ครบเขตสัมพันธวงศ์
August 15, 2018
เสพงานศิลป์…บ้านอาจารย์ฝรั่ง”ศิลป์ พีระศรี”
September 11, 2018

“นางเลิ้ง” เป็นชุมชนเล็กๆ ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ซึ่งในอดีตนั้น หลังจากที่มีการขุดคลองผดุงกรุงเกษม ก็ทำให้ย่านนางเลิ้งกลายเป็นย่านที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และเป็นย่านชุมชนที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจอย่างมากค่ะ แม้ในปัจจุบันที่เน้นการสัญจรทางถนน ย่านนางเลิ้ง ก็ถูกล้อมด้วยถนนสายหลักอย่างถนนหลานหลวง ถนนนครสวรรค์ ถนนกรุงเกษม ถนนพะเนียง และถนนจักรพรรดิพงษ์ เดินทางได้สะดวกเช่นเคยครับ

ทางทีมงานตะลุยกทม.ฯ ได้มีโอกาสแวะเวียนไปย่านนางเลิ้ง ก็ได้พบกับสถานที่ และวัฒนธรรมอันเก่าแก่ที่รุ่งเรืองในอดีต ถ้าจะให้เปรียบเทียบกับยุคปัจจุบันนั้น นางเลิ้งคงเป็นเหมือนย่านดังอย่างสยาม หรือราชประสงค์นี่แหละค่ะ ที่เป็นแหล่งรวมเศรษฐกิจอันรุ่งเรืองของกรุงเทพมหานคร ว่าแต่จะมีอะไรบ้างนั้น ไปติดตามพร้อมกันเลยค่ะ

เริ่มกันที่ ศาลาเฉลิมธานี เป็นอาคารไม้เก่าแก่หลังใหญ่ ที่สะท้อนให้เห็นถึงยุคเฟื่องฟูของวงการหนังไทยโดยอดีตนั้นเปิดฉายหนังวันละ 2 รอบ ปัจจุบันโรงหนังแห่งนี้ไม่ได้เปิดให้เข้าชมภายในแล้วนะคะ แต่บริเวณพื้นที่ด้านหน้าของโรงหนังนั้น คนในชุมชนจะมีการใช้พื้นที่เพื่อทำขนมเทียนปีละ 2 ครั้ง คือ ในเทศกาลตรุษจีน และสาทรจีน ส่วนใครที่มาเดินเที่ยวย่านนางเลิ้งต้องไม่พลาดที่จะแวะถ่ายภาพกับโรงหนังโบราณสุดคลาสสิคแห่งนี้นะคะ 
ศาลาเฉลิมธานี ไม่เพียงเป็นโรงหนังเก่าที่อยู่คู่ชุมชนนางเลิ้งมายาวนาน แต่ยังเป็นภาพจำของพระเอกหนังชื่อดังในอดีต มิตร ชัยบัญชา เนื่องจากได้อยู่อาศัยและเติบโตในย่านนี้ เมื่อเสียชีวิตอัฐิของพระเอกชื่อดังก็ถูกเก็บไว้ที่กำแพงบรรจุอัฐิ ข้างวิหารของวัดสุนทรธรรมทาน หรือ วัดแคนางเลิ้ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันด้วย
เดินลัดเลาะมาเรื่อยๆ เราก็พบกับบ้านศิลปะ แหล่งเรียนรู้วิถีชุมชนและวัฒนธรรมอันสวยงามของชาวนางเลิ้ง  ในวันที่ทางทีมงานฯ เดินทางไปนั้น ได้มีโอกาสเรียนรู้วิธีการและขั้นตอนการทำขนมเรไร ซึ่งเป็นหนึ่งในขนมโบราณที่หาทานได้ยากค่ะ เมื่อลองชิมแล้วต้องบอกเลยว่า ขนมเรไรของชาวนางเลิ้งเนี่ยอร่อยมากๆเลย
แต่ๆๆ…สิ่งที่ขึ้นชื่อของบ้านศิลปะ ก็คือ “ละครชาตรี” ซึ่งเราก็โชคดีค่ะ ที่ได้พบครูกัญญา ทิพโยสถ ปราชญ์ละครชาตรี มาร้องละครชาตรีให้เราฟังแบบสดๆ เป็นต้นแบบของละครชาตรีที่ไม่มีการผสมผสานละครแบบสมัยใหม่เลย โดยคุณครูกัญญาเล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันการขับร้องและร่ายรำละครชาตรีแบบสดๆ นั้นแทบจะไม่เหลือให้เราได้เห็นอีกแล้ว เพราะส่วนมากจะใช้การเปิดจากเครื่องเล่นเพลงกันแล้ว ทำให้การบรรเลงดนตรีไทยที่ควบคู่กับการร้องรำละครชาตรีที่เป็นต้นแบบนั้นเลือนหายไป เพราะไม่มีใครอนุรักษ์และผู้สืบทอดไว้ต่อ ครูกัญญา จึงเป็นบุคคลรุ่นสุดท้ายที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมอันเก่าแก่นี้ไว้ให้เราได้รับชมและรับฟังค่ะ
ไม่ไกลกันก็มี บ้านเต้นรำ เป็นบ้านไม้โบราณอายุเกือบ 100 ปี ที่ห้องโถงชั้นล่างมีลักษณะเพดานสูง พื้นที่กว้าง โดยพี่เอื้อย เจ้าของบ้านเต้นรำเล่าว่า ที่ยังคงอนุรักษ์บ้านหลังนี้ไว้ ก็เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้ามาใช้พื้นที่ในการจัดกิจกรรมต่างๆ บ้านโบราณหลังนี้จะได้มีชีวิตชีวา ไม่เก่าทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ซึ่งก็มีทั้งมาถ่ายทำหนังสั้น เป็นที่พบปะสังสรรค์ รวมไปถึงจัดนิทรรศการ และในอดีตนั้นบ้านหลังนี้เป็นจุดศูนย์กลางในการเต้นลีลาศและเป็นหนึ่งในบ้านนาฏศิลป์บนถนนหลานหลวง ที่ได้รับความนิยมในปี 1960 หรือประมาณปีพ.ศ.2500 ยุคโก๋หลังวัง นั่นเอง เพราะในยุคนั้นผู้คนให้ความสนใจในการเรียนลีลาศเพื่อในงานสังสรรค์ หรือเข้าสังคมค่ะ
ภายในบ้าน มีการจัดมุมต่างๆไว้ด้วยสิ่งของที่หาชมได้ยากไว้อย่างเรียบง่าย เช่น เครื่องเสียงโบราณ  หนังสือ ข้าวของเครื่องใช้ และสินค้าวินเทจ ถูกจัดวางไว้อย่างสวยงาม ส่วนด้านหลังของบ้านก็จัดไว้เป็นมุมบาร์เล็กๆ เหมาะสำหรับการมานั่งจิบเครื่องดื่ม ชิลๆ สบายๆ
จุดเด่นของบ้านเต้นรำ ต้องยกให้กับการประดับบานหน้าต่างด้วยเทปโบราณ ซึ่งหากมองจากภายนอกเราก็จะมองเห็นเป็นแค่แผ่นเทปโบราณทั่วๆ ไป แต่หากมองจากภายในบ้านจะพบว่าแผ่นเทปที่ถูกประดับไว้นั้น มีการเล่นกับแสงจากดวงอาทิตย์เป็นแสงสีต่างๆ เข้ามาในตัวบ้านอย่างสวยงามค่ะ
ปิดท้ายด้วย บ้านนราศิลป์ บ้านหลังเล็กๆ ที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ บ้านนี้มีการทำหัตถกรรมคือ การปักผ้าสไบ ที่มีความละเอียด ประณีต และสวยงาม แต่กว่าจะได้เป็นสไบสวยงามอย่างที่เราเห็น 1 ผืนใช้เวลาเป็นเดือนๆ เลยค่ะ หากเป็นการปักลายไทยซึ่งเป็นลายที่ยากและต้องใช้ความละเอียดมากๆ  1 ผืน ก็ต้องใช้เวลาหลายเดือนเลยทีเดียว แถมที่นี่ยังมีการสอนปักผ้าสไบให้ผู้ที่สนใจได้มาเรียนรู้ ได้ใช้เวลาว่างมาพบปะกัน และสร้างสังคมใหม่ๆ ร่วมกันได้อีกด้วยค่ะ
หากใครมีโอกาสไปย่านสุดเก๋าอย่างนางเลิ้งแล้ว ทางทีมงานฯ ขอแนะนำว่าไม่ควรพลาดที่จะเข้าไปแวะเวียน เยี่ยมวัฒนธรรมเก่าแก่ของย่านนี้ สถานที่ที่จะทำให้คุณหลงใหล หลงรัก และเพลิดเพลินไปกับวัฒนธรรมอันสวยงามของไทยที่มีมาแต่โบราณ